ช่วงปลายปีตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายนของทุกปี ถือเป็นช่วงเวลาทองแห่งการเดินทางของสายเที่ยวทั่วโลก เพราะเป็นช่วงที่ “ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี” (Red Leaves Season) ในฝั่งเอเชียตะวันออกอย่างประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้กำลังเบ่งบานเต็มที่ เฉดสีแดง ส้ม และเหลืองกวาดสายตาไปทั่วทั้งเมือง ราวกับมีคนเอาพู่กันมาแต้มสีสันให้ธรรมชาติ
แต่ปัญหาใหญ่ของนักท่องเที่ยวหลายคนเวลาไปแลนด์มาร์กดังๆ อย่างเกียวโต หรือโซล คือ “คนแน่นจนถ่ายรูปติดแต่ผู้คน” วันนี้ goabroadtime เลยขอมาแจก “พิกัดลับชมใบไม้เปลี่ยนสี ญี่ปุ่น-เกาหลี” ที่บรรยากาศดี ถ่ายรูปสวยเป๊ะ คนไม่แออัด แถมยังแฝงเสน่ห์ทางวัฒนธรรมและการศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัยให้ตามไปปักหมุดกันค่ะ!
แจกพิกัดลับฝั่งญี่ปุ่น: ชมใบไม้เปลี่ยนสีสไตล์ชิลๆ คนไม่แน่น
1. มหาวิทยาลัยโตเกียว (University of Tokyo – Hongo Campus), โตเกียว
ถ้าอยากได้ฟีลยุโรปปนคลาสสิกท่ามกลางใบไม้สีเหลืองทอง แนะนำให้หลีกเลี่ยงสวนสาธารณะหลักแล้วเลี้ยวเข้า มหาวิทยาลัยโตเกียว (Todai) วิทยาเขตฮงโกะ ที่นี่มี “อุโมงค์ต้นแปะก๊วย” (Ginkgo Trees) สีเหลืองอร่ามตระการตาเรียงรายยาวตลอดทางเดิน ตัดกับสถาปัตยกรรมตึกอิฐเก่าแก่ได้อย่างลงตัว บรรยากาศเงียบสงบ ได้สัมผัสทั้งความงามของธรรมชาติและกลิ่นอายความงดงามของสถาบันอันดับ 1 ของประเทศไปพร้อมกัน
2. สวนรินโนะจิ (Rinnoji Temple Shoyoen Garden), นิกโก้ (Nikko)
นิกโก้ขึ้นชื่อเรื่องใบไม้เปลี่ยนสีอยู่แล้ว แต่ถ้าอยากเลี่ยงฝูงชนบริเวณสะพานชินเคียว ให้เดินเลียดเข้ามาที่ สวนโชโยเอ็น (Shoyoen Garden) ด้านในวัดรินโนะจิ สวนญี่ปุ่นสไตล์ดั้งเดิมแห่งนี้มีต้นโมมิจิ (Maple) สีแดงสดสะท้อนผิวน้ำในสระอย่างงดงาม เหมาะแก่การมานั่งจิบชา ละเมียดบรรยากาศความสงบแบบยุคเรวะแท้ ๆ
แจกพิกัดลับฝั่งเกาหลี: พิกัดโรแมนติก ถ่ายรูปสวยเหมือนหลุดมาจากซีรีส์
1. มหาวิทยาลัยสตรีอีฮวา (Ewha Womans University), โซล
มหาวิทยาลัยในเกาหลีใต้ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามตามธรรมชาติอยู่แล้ว และ Ewha Womans University ก็เป็นหนึ่งในจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ถ่ายรูปออกมาปังที่สุด! ทั้งต้นแปะก๊วยสีเหลืองสดใสและต้นเมเปิ้ลสีส้มแดงที่ปกคลุมเนินเขาโดยรอบ ตัดกับอาคาร ECC (Ewha Campus Center) สถาปัตยกรรมสุดล้ำระดับโลก ได้ภาพถ่ายแนวสตรีทและไลฟ์สไตล์ที่เท่และไม่เหมือนใคร
2. สวนสาธารณะอินชอน Incheon Grand Park, อินชอน
หากไม่อยากเบียดเสียดในสวนนัมซานหรือพระราชวังกลางเมืองโซล นั่งรถไฟออกมารอบนอกนิดเดียวที่เมืองอินชอน คุณจะพบกับสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่มี อุโมงค์ต้นไม้เปลี่ยนสี ยาวนับกิโลเมตร ที่นี่เป็นสถานที่พักผ่อนยอดฮิตของคนท้องถิ่น มีทั้งเลนปั่นจักรยาน ทะเลสาบ และมุมถ่ายรูปธรรมชาติสุดกว้างขวาง โดยไม่ต้องกังวลเรื่องติดคนข้างหลังเลยค่ะ
เที่ยวด้วย เรียนด้วย: สัมผัสวิถีชีวิตนักเรียนไทยในต่างแดน
การได้ออกเดินทางไปสัมผัสบรรยากาศใบไม้เปลี่ยนสีในต่างประเทศ ไม่เพียงแต่สร้างความประทับใจและความผ่อนคลายเท่านั้น แต่หลายคนที่ได้ไปเยือนตามรั้วมหาวิทยาลัยชื่อดังอย่าง Todai หรือ Ewha ต่างก็ได้รับแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ในการเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรม
สำหรับน้อง ๆ หรือผู้ที่กำลังวางแผนอยากไปเปิดโลกกว้าง ไม่ว่าจะเป็นการ เรียนภาษาช่วงสั้น ๆ (Short Course) หรือการศึกษาต่อระดับปริญญาในประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ การได้เริ่มต้นด้วยการไปท่องเที่ยวและซึมซับบรรยากาศจริง จะช่วยให้เราตัดสินใจเลือกเมืองและสถาบันที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเองได้ง่ายขึ้นมากเลยค่ะ
สรุปคำแนะนำการเตรียมตัวเดินทาง
-
เช็กช่วงเวลา พีค (Peak Season): โดยทั่วไปฝั่งเกาหลีจะพีคช่วงปลายตุลาคม ถึงต้นพฤศจิกายน ส่วนฝั่งญี่ปุ่น (โตเกียว/เกียวโต) จะพีคช่วงกลางเดือนถึงปลายเดือน พฤศจิกายน
-
การแต่งกาย: อุณหภูมิช่วงนี้จะเริ่มเย็นลงอยู่ที่ประมาณ 8°C – 15°C ควรเตรียมเสื้อโค้ท เลกกิ้งกันหนาว และรองเท้าผ้าใบที่เดินสบายไปด้วยค่ะ
-
การเดินทาง: วางแผนใช้ตั๋วเดินทางประเภทเหมาจ่าย เช่น JR Pass หรือ T-Money เพื่อความสะดวกในการสลับเมืองชิล ๆ
หากคุณกำลังมองหาแรงบันดาลใจในการเดินทาง ข้อมูลการท่องเที่ยว หรือแนวทางการเรียนต่อต่างประเทศ สามารถติดตามอัปเดตบทความและสาระดีๆ แบบนี้ได้ที่ goabroadtime เป็นประจำทุกสัปดาห์นะคะ! ✨
Trackbacks / Pingbacks